Preecha's profile8e88 Graphic : Preecha I...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
|
9/14/2005 เอาบ้านของหนู (กู) คืนมา! กับเรื่องสั้นแนวทดลองคงเป็นบทเรียนของการทำธุรกิจเว็บไซต์ ที่เป็นกรณีศึกษาไปอีก case
จะว่าไปตัวผมเองก็เคยเขียนไดอารี่ออนไลน์เมื่อหลายปีก่อน ถึงจะไม่ใช่รุ่นที่บุกเบิกแต่ก็เป็นหน้าเก่าคนนึง จริงๆแล้วไดอารี่ของผมมันก็ไม่ใช่ไดอารี่ซะทีเดียว จะมีบ้างที่บางวันมีเหตุการณ์ที่ไปพบเจอมาแล้วอยากจะเขียน วันนั้นเนื้อความก็จะดูเป็นไดอารี่หน่อยนึง แต่ส่วนมากชีวิตผมก็จะไม่มีอะไรมาก ทำงาน-กลับบ้าน ไม่ค่อยมีเรื่องจะให้เขียนทุกวัน เลยเป็นคนนึงที่ไม่ค่อยจะอัพเดทไดอารี่มากเท่าไหร่ ..... ส่วนมากไดอารี่ผมจะบอกเล่าเรื่องราวแบบปรุงแต่ง บทความที่เอาสิ่งประทับใจจากคนโน้นคนนี้มาปะติดปะต่อ บางทีก็เป็นเรื่องสั้น-เรื่องแต่ง ด้วยความที่ชอบและเคยคิดอยากจะเป็นนักเขียนก็เลยเขียนระบายลงในเว็บตัวเองนี่แหล่ะ
แต่เนื่องจากชีวิตมันมีอะไรที่ไม่คาดคิดมากมาย เวลามีภาระความรับผิดชอบมากขึ้น มีเรื่องเครียด เรื่องเสียใจสุดๆ บางครั้งมันก็เลยไม่ค่อยมีอารมณ์มาเขียนอะไรลงเว็บ สิ่งนี้หลายๆคนอาจจะพอประสบพบเจอมาบ้าง ... ก็เลยทำให้ช่วงหลังๆก็เลยขาดหายไม่ได้เขียนไปนานมาก และก็ไม่ได้ติดตามวงการไดอารี่ออนไลน์มากเท่าไหร่ จะมีแอบไปอ่านบันทึกของเพื่อนเก่าๆบางคนบ้างแค่นั้นแหล่ะ ..... ซึ่งจริงๆแล้วงานที่ผมทำมันก็ยังเกี่ยวเนื่องกับ internet อยู่ดี เรียกได้ว่าไม่ใกล้ไม่ไกลกัน ว่างั้นเถอะ
นอกเรื่องมาเยอะแล้วทีนี้มาเข้าเรื่องที่เกริ่นสักที ..... กรณีของ ไดฮับ ที่เป็นข่าวครึกโครมขณะนี้ หลายคนคงรู้กันดีอยู่ ดังนั้นเรื่องราวขัดแย้งต่างๆก็ไปตามอ่านแถลงการณ์ของผู้รับผิดชอบ-เจ้าของ-ทีมงานเว็บเอาจะดีกว่า เท่าที่สอบถามและรู้มา เรื่องราวของ ไดฮับ อาจจะถึงโรงถึงศาลในกรณีที่ตกลงกันไม่ได้ .... คงจะมีเรื่องให้ติดตามกันอีก แต่ที่ผมจะบอกกล่าวก็เป็นเรื่อง user เก่าของ ไดฮับ ที่ลี้ภัยไปเว็บอื่นมากกว่า
เท่าที่อ่านเรื่องความเห็นกรณี ไดฮับ .....ผมรู้สึกรำคาญกับความเห็นโวยวายแบบงอแงประมาณว่า "เอาบ้านของเราคืนมา" , "เอาความทรงจำเรากลับมา" จนลุกลามไปถึงการเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายนึง โดยอาศัยวิจารณญาณจากการอ่านแถลงการณ์ของคู่กรณีทั้งสองฝ่าย ซึ่งบางคนโดนชักนำกันง่ายเหลือเกิน ใครว่าอะไรก็บ้าจี้เชื่อตามเขา แต่พอรู้ข่าวอีกด้านก็รวนเรหันไปด่าคนที่เคยถือหางแบบที่อ่านแล้วยังงง เรียกได้ว่าอาการนี้มันเป็นอาการ "คิดเองไม่เป็น" และ "โดนสื่อชักนำ"
ตัวผมเองหากจะด่าใครสักคน จะต้องมั่นใจว่าเขาผิดจริงๆ และก็กะจะแตกหักกันไปเลย ถึงจะด่า กรณีที่เฮโลไปด่าตามกระแส อาศัยลูกมั่วชุลมุนประมาณ "กูขอด้วยคน" ใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง มันออกจะไร้สติไปหน่อย ..... ชาวไดฮับฯ บางคนก็มาทะเลาะตบตีมีเรื่องกันตามบอร์ด อันนี้ก็เยอะ ดูไร้สาระมากๆ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่คุณๆเอาเรื่องของคนอื่นมาใส่ในกบาลตัวเองจนเกิดอาการโมโหโกรธาไปซะแบบนั้น มันคล้ายๆกับเถียงกันเรื่องดูหนังเรื่องนึงที่คุณชอบทั้งคู่แล้วมานั่งวิจารณ์ทะเลาะกันแบบเด็กๆจะเป็นจะตาย (ผมแนะนำว่าโทรศัพท์นัดกันออกไปฟาดปากกันข้างนอก จะเคลียร์อะไรได้มากกว่า ด่ากันใน net ไม่สะใจหรอก) ....อย่าหาว่าผมใจร้ายรึปากหมาเลย สิ่งที่คุณมีในชีวิตของคุณมันมีมากกว่าสังคมบน internet คุณยังมีเพื่อนในชั้นเรียน มีพ่อมีแม่ มีอะไรที่ต้องทำประโยชน์ต่อสังคม มากกว่ามาใช้ชีวิตไร้สาระบนโลก internet อีกมากมาย .....ผมไม่ได้หมายความว่าสังคม internet มันไร้สาระไปซะทุกอย่าง
"วันนี้ตื่นมา กินข้าวคลุกปลาทู นั่ง BTS ไปโรงเรียน คุยกับเพื่อนแสนรู้ ไปเที่ยวสยาม กลับบ้าน นอนค่ะ"
บางคนเขียนไดอารี่ประมาณนี้แทบทุกวัน มีทั้งภาษาประหลาด อ่านแล้วต้องใช้สมาธิสูง , ย่อความแบบสั้นๆ วันละบรรทัด (...ผมเข้าใจว่าอาจจะเป็นเรื่องสั้นแนวทดลองแบบนึง...) จากนั้นจะไปเซ็น Guestbook ตามไดอารี่ชาวบ้านว่า "มาเม้นให้หน่อยนะ" ประมาณว่าต้องการลากเขามา อ่านไดอารี่แนวทดลองของตัวเอง แล้วก็เซ็น Guestbook ของตัวเองให้ด้วย เพื่อสร้างเรตติ้งกะจะดังกับเขาบ้าง ........ อันนี้จริงๆ ผมไปก้าวก่ายชาวบ้านที่เขาทำแบบนี้มันก็ไม่ถูกเท่าไหร่ เพราะเขาก็มีสิทธิ์จะเขียนไดอารี่ (แนวทดลอง) บนพื้นที่ส่วนตัวของเขาเองเหมือนกัน .......
ในขณะที่กระแส ไดฮับฯ วงแตก กำลังครุกรุ่นไปด้วยเสียงต่างๆนาๆ .....ชาวไดอารี่แนวทดลองจำนวนมากกำลังแยกย้ายไปตามเว็บอื่นๆที่ให้บริการฟรีไดอารี่ ....สังคมก็กำลังหมุนเวียนไปตามธรรมชาติของมันต่อไป 4/19/2005 MSN กับบุคคลไม่พึงประสงค์รู้สึกประหลาดๆทุกครั้งเวลาคุยกับคนแปลกหน้าทาง MSN ซึ่งจริงๆแล้วมันก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องแปลกอะไร ทุกคนก็คงจะรู้สึกแบบนี้ ...... แต่บางครั้งรู้สึกรำคาญกับคนที่ add มาถามโน่นถามนี่ คือถามมากจนเกินเหตุ ประมาณทำให้เราคิดไปว่าชีวิตนี้เขาหรือเธอคงคิดอะไรเองไม่เป็น อันนี้เป็นคำถามยอดฮิตที่เจอๆถามมา ตอบให้เลยละกัน ใครมาอ่าน Blog นี้เข้า จะได้ไม่ต้องมาถามกันอีก (ตอบฮาๆ แฝงความกวนตีน) "ผมกำลังจะจบ ม.6 จะเรียนต่อสายไหนดีครับ ระหว่าง วิทย์-คอม กับ กราฟฟิกดีไซน์ ...ผมกะจะเรียนกราฟฟิกอ่ะครับ เพราะดูแล้วน่าจะเรียนง่ายกว่า" ตอบ: น้องครับ มันคนละขั้วเลยนะครับ คนละสายกันเลย ถ้าคิดจะเรียนต่อน่าจะคิดได้มาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้วนะว่าชอบรึถนัดอะไรมากกว่ากัน เปรียบเทียบไปเหมือนกับน้องยังไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นผู้ชายแท้ๆรึเป็นเกย์แอบนั่นแหล่ะ ....แนะนำให้ลองไปขึ้นครูดูแล้วจะรู้ว่าแท้จริงแล้วชีวิตน้องต้องการอะไร ..... คือถ้าเป็นสายกราฟฟิกก็ไปสมัครเรียนติวตามมหาวิทยาลัยก็ได้ ไปดูๆ ลองๆ ว่าเขาทำอะไรกันบ้าง ถ้าเข้าไปแล้วต้องเรียนยังไง ..... ไม่ใช่ว่านั่งเล่น net ทำ photoshop ถามชาวบ้านทาง MSN อยู่หน้าคอมอย่างเดียวโดยไม่ได้ดูโลกภายนอก แล้วติ๊งต่างเอาว่า หนูต้องเรียน กราฟฟิกดีไซน์ เพราะหนูทำได้ ..... เพื่อนพี่บางคนที่เคยเรียนๆด้วยกันก็คิดแบบน้องนี่แหล่ะ จบออกมาถึงรู้ว่าตัวเองออกแบบได้แค่ฉลากน้ำปลานะครับน้อง ...
"ชื่ออารายอ่ะเค่อะ พอดีนู๋เจอเบอร์ M พี่เลย add มา ....คือเจอจากเว็บ Gaythai อ่ะเค่อะ อยากคุยด้วย" ตอบ: (Block ก่อนโลด ใครทะลึ่งเอา MSN ตรูไปลงเว็บเกย์ว่ะ) ....คือ... ถ้าน้องมีความต้องการนี่ แนะนำให้ทำมาสเตอร์เบชั่นด้วยตัวเองแล้วต่อด้วยเกลียว+ม้วนหน้าอีกสองรอบ จะบรรเทาอาการอยากคุยกับผู้ชายได้ ระหว่างทำนึกถึงหน้าตาหนุ่มๆแถวบ้านที่หมายปองไว้ ถ้าจะเอาหรูกว่านั้นก็นึกถึงนักกีฬาล่ำๆ รึ ดาราหล่อๆเนียนๆก็ได้ .... อย่ามา add MSN เลยน้อง พี่กลัววว
"นายเป็นใคร? มาไง?" ตอบ: ขอหยาบหน่อยนะ คือ กูก็ไม่รู้ เพราะมึง add มาเอง มีอะไรจะถามอีกมั๊ย (ลบออกจาก list โลด...)
"ไอ้ตรงนั้นใน Photoshop นี่ทำยังไงอ่ะ สอนหน่อย ทำไม่เป็น" ตอบ: คือคำถามนี้จะไม่น่าแปลกประหลาดถ้าเป็นคนที่รู้จักกันมาพอสมควร ถามทาง MSN มา ....แต่ถ้ามีใครพึ่ง add MSN มาแล้วถามแบบโพล่งแบบนี้ทันที ก็น่าตกใจเอาการ .... อยากตอบว่า ไม่ใช่คู่มือรึตำราแบบกดปุ่มแล้วจะได้คำตอบทันที แล้วยิ่งเป็นบุคคลที่ไม่เคยรู้จักดันมาถามด้วยลักษณะนี้ ....คือที่บ้านสอนเรื่องมารยาทกันบ้างรึเปล่าเนี่ย คงจะต้องสอนเรื่องนี้ก่อนจะสอน photoshop ....แต่คงจะไม่มีเวลาสอนเท่าไหร่ แบบว่างานตัวเองก็ยุ่งอยู่แล้ว....
....จริงๆแล้วมันก็ไม่น่าจะไปรำคาญชาวบ้านเขา เพราะไอ้เราเองดันเอา MSN id ไปแปะไว้ในเว็บเอง ..... แต่จุดประสงค์จริงๆคืออยากมี MSN ไว้คุยงาน ติดต่องาน, คุยกับเพื่อนที่ไม่ค่อยจะมีเวลาจะมาเจอกันมากกว่า รึไม่ก็อาจจะให้คนคอเดียวกัน add มาเพื่อคุยแลกเปลี่ยนความคิดกัน ....ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกัน คิดว่าตัวเองมีเซ็นส์พอสมควร บางทีคุย MSN กับใครสักพักจะรู้นิสัยได้ ...... ใคร add มาแล้วไม่ค่อยคุย รึถามอะไรไร้สาระมาก ส่วนใหญ่จะลบออกจาก list โลด.... ที่ลบเพราะไม่ได้โกรธเกลียด แต่ list MSN ของตัวเองมันเต็มปรี่ ความจุของ MSN มีได้แค่ 150 คน ใน list แค่นั้นเอง ถ้า list เต็มปุ๊บ แล้วใคร add เข้ามา ก็เอาเข้ามาใน list ไม่ได้ ....... บางที่เจอคน add มาคุย ประมาณโชว์พาว (Power) ซะเต็มปรี่ คุยกันเรื่องงาน Graphic นี่แหล่ะ แรกๆก็คุยกันธรรมดาปกติ แต่พอสักพักจะรู้สึกถึงอะไรที่ผิดปกติ .... คือพี่ครับ ผมกลัวครับ กรุณาลบผมออกจาก list เถอะ ผมกลัวไอ้ตัวที่ชื่อ ego ของมนุษย์มาก ผมอยู่ของผมเฉยๆ ดัน add มา แล้วโชว์กึ๋นข่มผมซะงั้น ดูไม่เป็นมิตรเอาซะเลย ปกติผมจะโง่ๆอยู่แล้ว คุยกับคนฉลาดไม่ค่อยจะเป็น ......เด๋วคุยกันต่อกลัวว่าจะอดกลั้นไม่ไหว ได้นัดกันไปต่อยปากข้างนอกตามประสาคนการศึกษาน้อยแบบผมแน่ๆ ..... คือคนที่เก่งๆที่เขากรุณา add มาคุยกับผมนี่เขาไม่ค่อยโชว์พาวใส่หรอก มักจะมาแบบเป็นมิตร คุยกันบ้าๆบอๆ มากกว่า ไม่ค่อยจะคุยซีเรียสเรื่องงาน .... ส่วนใหญ่เขาจะเป็นพวกรักสงบ ทำงานเงียบๆ ใช้สมองกับมือทำงาน ไม่ได้ใช้ปากบอกว่ากูเก่งนะครับ .... ที่เห็นงานของเขาเหล่านั้นไปปรากฎที่โน่นที่นี่ได้ ไม่ได้ใช้เวลาแป๊บๆเหมือนกับที่เราพ่นน้ำลายออกไปเวลาพูดหรอก ..... สงบปากสงบคำ ฝึกตัวเองไปเรื่อยๆ เป็นเวลานาน เดี๋ยวก็จะมีคนมาถามเอง สเร่อเสนอหน้าออกไปใชว์พาวโดยที่ไม่มีใครขอร้องให้พูด เดี๋ยวเขาจะหาว่าเราบ้า ซวยมั๊ยล่ะ! ..... |
|
|